ก้าวที่ผ่านและก้าวต่อไปของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ในโอกาสครบรอบ ๑ ปี ๒ เดือน ของการทำงานในตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอขอบคุณทีมรองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี ตลอดจนหัวหน้าภาควิชา คณาจารย์และบุคลากรคณะเภสัชศาสตร์ มศก. ทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือร่วมใจเสียสละพลังงานทั้งแรงใจ แรงกาย ในการทำงานของคณะวิชาให้ดำเนินไปได้ด้วยดี หลายคนอาจจะมือใหม่ในหน้าที่ความรับผิดชอบ แต่ก็ได้พยายามเรียนรู้และทำงานอย่างเต็มความสามารถ แม้จะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง ก็ได้รับคำแนะนำท้วงติง นำไปสู่การแก้ไขให้ดีขึ้นเป็นลำดับ ปัญหาบางอย่างไม่อาจแก้ไขได้โดยเร็ว และต้องการเวลาในการแก้ไข หวังว่าเราทุกคนจะมีความอดทน และช่วยกันเสนอแนะการแก้ไขปัญหาในทางสร้างสรรค์เพื่อสร้างระบบการทำงานที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพให้แก่คณะวิชาต่อไป
ในการเข้ามารับตำแหน่งคณบดี ดิฉันและทีมมีความตั้งใจที่จะบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ยึดถือหลักการใช้จ่ายอย่างประหยัด คุ้มค่า โปร่งใสตรวจสอบได้ และเน้นความมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ในรอบ ๑ ปีกว่าที่ผ่านมา ทีมบริหารชุดนี้ได้ดำเนินงานหลายอย่างโดยที่คณะกรรมการประจำคณะเภสัชศาสตร์ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรในลักษณะโครงการพิเศษ และคณะกรรมการบริหารคณะเภสัชศาสตร์ ได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการตัดสินใจวาระสำคัญหลายเรื่องที่มีผลในการกำหนดบทบาทของคณะวิชาและสนับสนุนการทำงานของทีมฝ่ายบริหาร เริ่มจากการร่วมกับคณาจารย์ทุกภาควิชากำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร คือ “เป็นองค์กรสร้างปัญญาทางเภสัชศาสตร์สู่สังคมระดับนำของประเทศ” ปรัชญา ปณิธาน รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ ๔ ปี ของคณะฯ (ประกอบด้วยแผนผลิตบัณฑิตฯ พัฒนางานวิจัย บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และบริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล) ที่ได้นำเสนอในการประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะฯ ซึ่งมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จอมจิน จันทรสกุล เป็นประธาน และมีเภสัชกรผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาชีพต่างๆ เป็นกรรมการ และได้ผ่านการวิพากษ์และมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากการประชุมดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒การเห็นชอบการเสนอแผนงบประมาณแผ่นดินปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๔ แผนการจัดสรรประมาณการโครงการเงินรายได้และเงินรายรับโครงการพิเศษ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ การตัดสินใจวาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินรายรับจากโครงการพิเศษซึ่งเป็นเงินที่มาจากค่าลงทะเบียนของนักศึกษาและน้ำพักน้ำแรงของคณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน เช่น การตัดสินใจยกเลิกจัดซื้อระบบการเรียนการสอนทางไกลโปรแกรม Blackboard วงเงิน ๑๕-๑๗ ล้านบาท เป็นต้น การติดตามการใช้จ่ายประจำเดือนและการอนุมัติการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งระเบียบมหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนดไว้ชัดเจนว่าในการใช้จ่ายเงินจากกองทุนดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะฯ เพื่อความโปร่งใสและร่วมกันตรวจสอบให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ในด้านโครงสร้างองค์กร ผู้บริหารชุดนี้ได้ดำเนินการสานต่อการปรับโครงสร้างองค์กรของคณะฯ ตามที่รองศาสตราจารย์ ดร. สินธุ์ชัย แก้วกิติชัยได้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย ๘ ภาควิชา (โดยมีภาควิชาสารสนเทศทางสุขภาพเป็นภาควิชาในกำกับของรัฐ) ๑ สำนักงานเลขานุการ (ประกอบด้วย ๖ หน่วยงาน) และหน่วยงานที่มีลักษณะเป็นหน่วยงานเชิงวิสาหกิจ ได้แก่ เภสัชศาลา ศูนย์ภูมิปัญญาทางเภสัชศาสตร์ และหน่วยสารสนเทศทางสุขภาพด้านยา โดยเฉพาะศูนย์ภูมิปัญญาฯ ผู้บริหารชุดนี้ได้จัดทำระเบียบรองรับการดำเนินงาน (อยู่ในระหว่างการเสนอตามขั้นตอนเพื่อผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย) อีกทั้งได้จัดทำโครงการวิเคราะห์ยาครบวงจรซึ่งจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๓ ทำให้สามารถจัดตั้งหน่วยงานให้บริการด้านการวิเคราะห์ยา อาหาร สมุนไพร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ชุมชน ทางด้านเคมี กายภาพ ชีวภาพ และหน่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นหน่วยงานย่อยในศูนย์ภูมิปัญญาฯ ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งสถาบันหมวกนิรภัย เพื่อให้บริการแก่สังคมและเป็นหน่วยงานหารายได้ต่อไป
ในส่วนแผนการผลิตบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและมวลมนุษยชาติ แข่งขันได้ในระดับสากล คณะฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรเภสัช-ศาสตรบัณฑิต (๖ ปี) ประกอบด้วย ๔ สาขาเน้น (การบริบาลทางเภสัชกรรม เภสัชกรรมชุมชน วิทยาการทางเภสัชศาสตร์หรือที่สภาเภสัชกรรมใช้คำว่า “วิทยาศาสตร์เภสัชกรรม” และสารสนเทศทางด้านสุขภาพ) ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการรับรองทั้งจากสภามหาวิทยาลัยและสภาเภสัชกรรม และได้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา ๒๕๕๒ นี้ รวมทั้งมีแผนการดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรบัณฑิตศึกษาให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ในส่วนกิจการนักศึกษาได้จัดทำโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม สร้างจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งกิจกรรมบังคับและกิจกรรมเลือก เพื่อให้บัณฑิตมีคุณสมบัติตามที่พึงประสงค์ คือ เป็น “ฅน เก่ง ในสังคม” โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนทั้งจากคณะวิชาและจากโครงการส่งเสริมและสนับสนุนด้านสุขภาพ (สสส.) หลายโครงการ ได้แก่ โครงการค่ายคุณธรรมสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ทั้งปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา โครงการมัชฌิมนิเทศสำหรับนักศึกษาทุกชั้นปี โครงการปัจฉิมนิเทศสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ ๕ โครงการค่ายอาสาพัฒนา โครงการวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอน กิจกรรมไหว้ครู กีฬาเภสัชศาสตร์สัมพันธ์ เป็นต้น ในด้านโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับต่างประเทศ ผู้บริหารได้เดินทางไปเจรจาและลงนามความตกลงความร่วมมือด้านการเรียนการสอนและการวิจัยกับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นได้แก่ Gifu Pharmaceutical University และ Chiba University โดยได้ส่งนักศึกษาปริญญาเอกซึ่งได้รับทุนโครงการกาญจนาภิเษกไปทำวิจัยระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่ง และที่ Toho University ในส่วนของ Chiba University ล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาไปทำวิจัยระยะสั้นและศึกษาวัฒนธรรมของแต่ละประเทศจำนวน ๑ ทุน โดยเริ่มในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ รวมทั้งมีการรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศฝรั่งเศสมาฝึกงานที่โรงพยาบาลแหล่งฝึกที่เกาะสมุยและทำวิจัยระยะสั้นที่คณะวิชา
ด้านการพัฒนาแหล่งฝึกปฏิบัติวิชาชีพเพื่อรองรับหลักสูตร ๕ ปี เดิม และ ๖ ปี คณะฯ ได้ลงนามความตกลงความร่วมมือกับแหล่งฝึกเพิ่มเติมจากเดิมกับแหล่งฝึกด้านเภสัชกรรมชุมชน ได้แก่ ร้านยาคุณภาพจำนวน ๑๑ แห่ง แหล่งฝึกด้านเภสัชอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงานบางกอกแล็บ และโรงงานไบโอแล็บ และได้เข้าเยี่ยมพบและประสานงานกับผู้บริหารชุดใหม่ของแหล่งฝึกเดิม ได้แก่ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้คณะกรรมการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมจะได้เตรียมการในรายละเอียดสำหรับการฝึกงานใน ๔ สาขาเน้นให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสภาเภสัชกรรมซึ่งประกอบด้วย ๒ ด้านหลัก ได้แก่ ด้านบริบาลทางเภสัชกรรมและด้านวิททยาศาสตร์เภสัชกรรมต่อไป
จากผลการสอบใบประกอบวิชาชีพของบัณฑิตเภสัชศาสตร์ มศก. ที่เป็นอันดับ ๘ ในปีที่ผ่านมา คณะฯ จึงมีมาตรการหลายอย่างเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ได้แก่ การสนับสนุนการจัดทบทวนความรู้ของนศ. ชั้นปีที่ ๕ การปรับลดสัดส่วนการรับนักศึกษาโครงการเพิ่มพิเศษ จากเดิมที่มีปริมาณ ๒ ใน ๓ เป็น ๑ ต่อ ๑ ซึ่งจะมีผลทำให้รายรับจากโครงการดังกล่าวลดลง รวมทั้งปรับระบบการคัดเลือกนักศึกษาโดยจัดร่วมกับโครงการโควตาพิเศษชองมหาวิทยาลัยในการสอบคัดเลือกรอบแรก ปรับระบบการรับสมัครโดยให้สมัครสอบได้ทางระบบ internet และชำระเงินผ่านทางธนาคารทำให้นักศึกษาและผู้ปกครองมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพยายามให้นศ.โควตาพิเศษและนศ.รับตรงโครงการปกติมีการสละสิทธิ์ลดลง โดยคาดหวังว่าจะส่งผลในทางที่ดีขึ้นให้เห็นชัดเจนได้ในอีก ๔-๕ ปีข้างหน้า
สำหรับแผนพัฒนางานวิจัย คณะฯ มีนโยบายสนับสนุนให้คณาจารย์เสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย สนับสนุนทุนวิจัยเบื้องต้นแก่บุคลากรในคณะฯ เพื่อสามารถพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อสามารถขอรับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกต่อไป สนับสนุนทุนเผยแพร่ผลงานวิจัย การพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารระดับชาติและนานาชาติตามค่า impact factor (ซึ่งเป็นการปรับตามเกณฑ์ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยกำลังดำเนินการเพื่อจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยตามผลงานวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่ รวมทั้งการจัดกลุ่มแยกตามกลุ่มสาขาวิชาชีพ) และสนับสนุนการไปเสนอผลงานต่างประเทศโดยเน้นให้กลับมาพิมพ์เผยแพร่ผลงานดังกล่าวในวารสารระดับชาติและนานาชาติ เป็นต้น นอกจากนี้คณะฯ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณด้านวิจัยในมนุษย์และในสัตว์ทดลองเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมจริยธรรมในการวิจัยดังกล่าว สำหรับทิศทางงานวิจัยของคณะฯ เนื่องจากงานวิจัยของคณาจารย์ยังมีความหลากหลายตามความเข้มแข็งและความถนัดของแต่ละบุคคลและแต่ละกลุ่มสาขาวิชา คณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยของคณะฯ ได้จัดการประชุมระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางงานวิจัยร่วมกันและผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะฯ ให้กำหนดทิศทางการวิจัยของคณะวิชา เน้นการวิจัยด้านวัสดุทางเภสัชกรรมและนาโนเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการองค์ความรู้ในสาขาต่างๆ ทางวิทยาการทางเภสัชศาสตร์ และจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาวัสดุทางเภสัชกรรมและผลิตภัณฑ์ยานาโน เพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยตามความเข้มแข็งของกลุ่มวิจัยที่มีอยู่ในคณะฯ นอกจากนี้ยังสนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและงานวิจัยที่เน้นการนำไปใช้ประโยชน์
จากภาวะสถานการณ์ทางการเงินของคณะฯ และการตัดสินใจยกเลิกการจัดซื้อระบบการเรียนการสอนทางไกลโปรแกรม Blackboard ทำให้มีผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาระบบไอทีของคณะฯ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางที่ผู้บริหารชุดเดิมได้ดำเนินการไว้ โดยคณะฯ ได้ปรับเปลี่ยนไปให้เข้ากับระบบของศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยและเน้นให้บุคลากรในหน่วยบริการและสนับสนุนเทคนิคการศึกษาสารสนเทศของคณะฯ ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการบริหารจัดการระบบ และพยายามให้มีผลกระทบกับการใช้งานแบบเดิมให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตามยังเกิดปัญหาทางเทคนิคตามมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการใช้ระบบอีเมล์ในการติดต่อสื่อสารจากระบบเดิมเป็นระบบอีเมล์ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นภาระที่ต้องดำเนินการปรับปรุงให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แผนการบริการวิชาการสู่ชุมชนทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน คณะฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ภูมิปัญญาทางเภสัชศาสตร์รับผิดชอบงานบริการวิชาการสู่ชุมชนทุกระดับ รวมทั้งพัฒนาหน่วยงานบริการด้านเทคนิควิเคราะห์ ด้านเคมี กายภาพ ชีวภาพ จุลชีววิทยา งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สถาบันหมวกนิรภัยที่มีบทบาทเป็นองค์กรสามารถหารายได้เลี้ยงตนเองและเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนไม่เน้นการแสวงหาผลกำไรจนเกินควร ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยอยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ในการดำเนินงานตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๕๓ และยังได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการบริการวิชาการสู่ชุมชนเน้นเชิงพื้นที่โดยสอดแทรกในรายวิชาที่มีการเรียนการสอนในหลักสูตร โครงการห้องปฏิบัติการปลอดภัย ฐานข้อมูลสมุนไพร Kui Herb เป็นต้น คณะฯ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อดำเนินงานด้านการศึกษาต่อเนื่องรวมทั้งการจัดทำวารสารออนไลน์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยของคณาจารย์สู่สังคมภายนอกดังกล่าว
ด้านการพัฒนาบุคลากร คณะฯ ได้สนับสนุนงบพัฒนาความเข้มแข็งทางวิชาการแก่คณาจารย์ในการเข้าร่วมประชุมวิชาการทั้งในและต่างประเทศ การจัดซื้อหนังสือ ตำรา ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ โดยดำเนินการผ่านฝ่ายบริหารและฝ่ายจัดการทรัพยากรบุคคล สนับสนุนการจัดทำผลงานวิชาการด้านค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์หนังสือ ตำรา จัดประชุมวิชาการโดยเชิญวิทยากรจากภายนอกมาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ การจัดการความเสี่ยง การจัดทำแผนงานโครงการ รวมทั้งการจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพหัวหน้าหน่วยงานในสำนักงานเลขานุการฯ ในส่วนการประเมินเลื่อนระดับที่ผ่านมาได้มีการกระจายอำนาจให้แก่หัวหน้าภาควิชาและหัวหน้าหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาในรูปแบบคณะกรรมการ และในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ นี้จะทำการประเมินเลื่อนระดับโดยพิจารณาจาก competency ด้านต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารราชการระบบใหม่ที่มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ในระหว่างการเริ่มดำเนินการ ในด้านจรรยาบรรณบุคลากร มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณบุคลากรในส่วนกลางและคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณในส่วนของคณะวิชา ทั้งนี้คณะอนุกรรมการกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการประชุมเพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาจรรยาบรรณบุคลากรในระดับคณะฯ ตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและข้อบังคับของสภาเภสัชกรรมว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งจะได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทางเว็บไซต์ของคณะฯและรณรงค์ให้ถือปฏิบัติต่อไป
ก้าวต่อไปของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากจะต้องพัฒนาปัจจัยภายในของคณะฯ ให้มีความเข้มแข้ง มีประสิทธิภาพ ซึ่งบุคลากรทุกท่านในทุกภาคส่วนล้วนเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมผนึกกำลังกันเพื่อนำพาคณะฯ ให้ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง เนื่องจากเราไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวแปลกแยกจากสังคมชาวโลก โดยเฉพาะสังคมประเทศไทย และมหาวิทยาลัยศิลปากร การจะเป็นเช่นนั้นได้จะต้องเข้าใจถึงสถานการณ์แวดล้อมอย่างเป็นจริงและอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีผลกระทบต่อคณะวิชา ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ ความคาดหวังความเป็นมาตรฐานสากลจากสังคมทำให้มหาวิทยาลัยและองค์กรวิชาชีพต้องยกระดับมาตรฐานของตนเองให้ทัดเทียมกับองค์กรอื่น จึงนำไปสู่ความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และยังต้องสามารถชี้นำสังคมไปในทางที่ถูกต้อง การพัฒนาการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง คณาจารย์จะทำการสอนแบบเดิมเป็นผู้ให้ข้อมูลด้านเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องคิดค้นหาวิธีให้นักศึกษาสามารถค้นคว้าหาความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ได้ด้วยตนเอง กอร์ปด้วยคุณธรรม จริยธรรม สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดี การพัฒนางานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ ขณะเดียวกันต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่องและมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เมื่อมีความรู้ความเชี่ยวชาญแล้วต้องเผยแพร่ความรู้เหล่านั้นสู่สังคมทุกระดับในรูปแบบงานบริการวิชาการ รวมถึงการจัดการการศึกษาต่อเนื่อง และยังต้องมีพันธกิจด้านงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นกรอบหลักที่ครอบคลุมการทำงานของมหาวิทยาลัยและคณะวิชา มหาวิทยาลัยโดยที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก กรรมการประเภทผู้แทนคณาจารย์ ประธานสภาคณาจารย์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยประกอบด้วยอธิการบดี รองอธิการบดีวงเล็บต่างๆ และตัวแทนคณบดี ได้พิจารณาเลือกกลุ่มสถาบันการศึกษาให้มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยประเภท ค. หมายถึง เป็นสถาบันเฉพาะทางที่เน้นการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางระดับบัณฑิตศึกษาและวิจัยหรือผลิตบัณฑิตเฉพาะทางระดับปริญญาตรี และกำหนดวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ (Creative University)” โดยให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๖๒) ประกอบด้วย ๘ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ การปรับปรุงและพัฒนากิจการนักศึกษาเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เอื้อให้เกิดกาเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ การสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสังคมโดยการให้บริการทางวิชาการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องพร้อมทั้งเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การอนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติรวมทั้งการประยุกต์ใช้เพื่อรักษาคุณค่าและเพิ่มมูลค่าในระดับชาติและนานาชาติ การบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสรรค์ และการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการตามพันธกิจให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ ๑๐ ปีนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป และเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนงานของมหาวิทยาลัย ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษาจึงมีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อสามารถประเมินผลความสำเร็จ นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา (กำหนดตัวบ่งชี้และเป้าหมายของการปฏิบัติราชการ หรือ กพร.) และสำนักงานมาตรฐานการศึกษา (สมศ.) ได้กำหนดเป้าหมายและตัวบ่งชี้ที่สำคัญเพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย อีกทั้งในส่วนของสภาวิชาชีพก็ได้เข้ามามีบทบาทควบคุมดูแลมาตรฐานของหลักสูตร การจัดการการเรียนการสอนโดยเฉพาะในด้านการฝึกปฏิบัติวิชาชีพรวมถึงมาตรฐานของแหล่งฝึก ดังนั้นในการดำเนินงานของคณะวิชาจึงต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายจากส่วนกลางและข้อกำหนดของสภาวิชาชีพ โดยต้องคำนึงถึงเป้าหมายและตัวบ่งชี้ทั้งจาก สกอ. สมศ. และ กพร. มาประกอบ อย่างไรก็ตามเป้าหมายและตัวบ่งชี้หลักที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อการทำงานของเหล่าคณาจารย์จะเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาการเรียนการสอนและงานวิจัย โดยมหาวิทยาลัยกำหนดเป้าหมายให้มีอัตราส่วนจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีต่อบัณฑิตศึกษาภายใน ๑๐ ปีข้างหน้า เป็น ๗๐:๓๐ (ข้อมูลปัจจุบัน คือ ๘๕:๑๕) คณาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยมีโครงการวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกเฉลี่ย ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี มีผลงานวิจัยพิมพ์เผยแพร่ ๐.๘ เรื่องต่อคนต่อปี ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ ๐.๘๕ เรื่องต่อคนต่อปี (คิดจากอาจารย์ประมาณ ๑๐๐ คน) ทั้งนี้ในส่วนตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยจะวางบทบาทหลักให้คณะวิชาทางสายวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ในด้านมาตรฐานหลักสูตร สกอ. ได้กำหนดให้หลักสูตรทุกหลักสูตรจะต้องมีการจัดทำ มคอ. ๑-๖ ภายในปีการศึกษา ๒๕๕๕ ดังนั้นในระยะเวลาต่อจากนี้ คณาจารย์ทุกท่านจะต้องเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายเหล่านี้ รวมทั้งการวางแผนการจัดการในรายละเอียดสำหรับการฝึกปฏิบัติวิชาชีพใน ๒ สาขาหลักด้านการบริบาลทางเภสัชกรรมและวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม การเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในรายวิชาแกนและรายวิชาเลือก ๒๔ หน่วยกิต เพื่อให้สอดคล้องกับ competency ของแต่ละสาขาเน้น การประสานงานและพัฒนาแหล่งฝึกให้ได้มาตรฐานและเพียงพอกับจำนวนนักศึกษา การเตรียมเนื้อหาและการฝึกปฏิบัติในสาขาเลือก เป็นต้น
ในส่วนของผู้บริหารย่อมเป็นภาระหน้าที่ในความรับผิดชอบที่จะต้องเตรียมการและผลักดันให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำระบบการประเมินตามระบบการบริหารแบบใหม่ (แบบแท่ง) ที่โปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนจะได้มีโอกาสพัฒนาและเรียนรู้ร่วมกัน อย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จไม่ได้หากขาดความร่วมมือร่วมใจจากคณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะให้ความสนใจและร่วมกันพัฒนาคณะวิชาของเราให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป
ท้ายที่สุดนี้ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๓ นี้ ดิฉันและคณะผู้บริหารทุกท่าน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยจงปกปักคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจโดยถ้วนหน้ากันเทอญ
เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร. จุไรรัตน์ นันทานิช
คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร