|
เมื่อเกิดบาดแผลขึ้น ยาทาแผลหรือยาฆ่าเชื้อที่เรามักจะนึกถึงรองลงมาจากแอลกอฮอล์ คงจะไม่พ้นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า เบตาดีน (Betadine) เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย และที่สำคัญคือทาแล้วไม่แสบหรือแสบน้อยกว่า อีกทั้งยังล้างน้ำออกได้ง่าย ทำให้ไม่ทิ้งคราบไว้บนผิวหนัง ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับทิงเจอร์ไอโอดีนที่เคยใช้กันในอดีต แต่ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยการนำไอโอดีนไปทำให้อยู่ในรูปสารประกอบเชิงซ้อนกับ povidone ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่รู้จักกันในชื่อ polyvinylpyrrolidone หรือ PVP เกิดเป็นผงสีน้ำตาลเหลืองที่ละลายได้ดีในน้ำและแอลกอฮอล์ ส่วนรูปที่นำมาเตรียมเป็นยาทาแผลจะเป็นสารละลายของเหลวใสสีน้ำตาลแดง ซึ่งมีความเข้มข้นของ Povidone iodine 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสารประกอบเชิงซ้อน Povidone iodine นี้อยู่ในสารละลายจะค่อยๆ ปลดปล่อยไอโอดีนออกมา ทำให้สามารถลดการระคายเคืองของไอโอดีนได้
ชื่อทางเคมี (Chemical Name) : Povidone iodine
ชื่อพ้อง (Synonyms) : Polyvinylpyrrolidone Iodine; Poly(1-(2-oxo-1-pyrrolidinyl)ethylene)iodine complex; PVP-Iodine; Betadine
หมายเลข CAS (CAS Number) : 25655-41-8
สูตรเคมี (Chemical Formula) : (C6H9NO)n.xI
สูตรโครงสร้างทางเคมี (Chemical Structure) :
![]() ประโยชน์และกลไกการออกฤทธิ์
ไอโอดีนเป็นยาฆ่าเชื้อภายนอกที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโดยเกิด oxidation หรือ iodination กับโปรตีนของเชื้อ อย่างไม่จำเพาะเจาะจง ฤทธิ์การฆ่าเชื้อของไอโอดีนเกิดจาก free iodine โดยความเข้มข้นของสารละลายไอโอดีนที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดี จะเป็นสารละลายที่เจือจางมาก เช่น 1:2,000 ถ้ามีความเข้มข้นมากเกินไปจะระคายเคือง จนเกิดอาการไหม้ได้
ส่วนสารละลาย 10% povidone-iodine จะมีไอโอดีนประมาณ 1% ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา ไวรัส โปรโตซัว โดยพบว่า ฆ่าเชื้อบนผิวหนังได้ประมาณ 85% ซึ่งฤทธิ์น้อยกว่า iodine solution หรือทิงเจอร์ เมื่อความเข้มข้นของไอโอดีนเท่ากัน แต่ระยะเวลาในการออกฤทธิ์นานกว่า อย่างไรก็ตามเป็นนิยมใช้ในปัจจุบันมากกว่าเนื่องจากไม่ระคายเคือง ละลายน้ำได้ดี และไม่มีคราบติด สามารถล้างออกจากผิวหนังและเนื้อผ้าได้ง่าย ความเป็นพิษ
ความเป็นพิษจาก povidone-iodine อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากการสัมผัสเข้าดวงตา ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคือง การรับประทาน และในรายที่มีอาการแพ้ไอโอดีน
การปฐมพยาบาล
กรณีที่เข้าดวงตา : ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออก จากนั้นล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อยเป็นเวลา 15 นาที โดยอาจใช้น้ำเย็น
กรณีที่รับประทานเข้าไป : ห้ามทำให้อาเจียน ให้ดื่มน้ำหรือนม 2-3 แก้ว และนำผู้ป่วยส่งแพทย์ กรณีแพ้หรือระคายเคืองผิวหนัง : ให้ล้างผิวหนังที่สัมผัสด้วยน้ำและสบู่ หากยังมีอาการระคายเคืองให้นำผู้ป่วยส่งแพทย์ บรรณานุกรม
1. Triclosan. From Wikipedia, the free encyclopedia. http://en.wikipedia.org/wiki/Triclosan (12 March 2009) |

